“ต้นกล้าศาสนทายาท” ผ่านการทรง “พระปาติโมกข์” ภายใต้การนำของ “พระมหาชิด” วัดนิคมผัง 16 ปากช่อง

พระมหาชิด วชิรญาโณ เจ้าอาวาส วัดนิคมผัง 16 เป็นสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดนครราชสีมา แห่งที่ 27 เน้นสอนวิปัสสนากรรมฐาน

พระมหาชิด วชิรญาโณ สายปฏิบัติกรรมฐาน มีพื้นฐานมาจากการปฏิบัติกรรมฐานอย่างเข้มข้นเคยเดินธุดงค์ไปฝากตัวเป็นศิษย์กับ หลวงปู่หนูพาน อิสโร ที่จังหวัดศรีสะเกษ และอยู่ปฏิบัติกันเพียง 2 รูปกับหลวงปู่ ได้รับการฝึกแบบตัวต่อตัวและสำรวมอินทรีย์ตามแนวทางสติปัฏฐาน 4 มายาวนานเกือบ 20 ปี

จุดเริ่มต้นสอนสามรเณรในช่วงวิกฤตโควิด-19 วัดถูกใช้เป็นสถานที่กักตัว มีครอบครัวหนึ่งพาลูกชาย 2 คนมาด้วย เด็กไม่ได้เรียนหนังสือ พระมหาชิดจึงรับมาดูแลและเริ่มสอนหนังสือตั้งแต่ (ก ไก่ สระ พยัญชนะ) หลังจากสอนเพียง 2 เดือน ท่านส่งเด็กสอบนักธรรมและปรากฏว่าสอบผ่าน ทำให้ชาวบ้านเริ่มนำบุตรหลานมาฝากบวชเรียนเพิ่มขึ้น จาก 2 รูป เป็น 5 รูป จนปัจจุบันมีสามเณรในความดูแลถึง 18 รูป

หลักคำสอนและแนวทางการฝึกฝน
พระมหาชิด ไม่ได้เน้นเพียงการท่องจำ แต่ท่านใช้หลักการ “เจียระไน”ผ่านพระธรรมวินัยเป็นเครื่องมือขัดเกลาจากปุถุชนสู่กัลยาณชน วินัย ความเมตตา ความเพียรและสมาธิ ท่านเน้นว่า
“การที่เด็กเล็กจะทำเรื่องยากได้ ต้องเริ่มจากความใส่ใจและความเพียร โดยใช้การฝึกสมาธิควบคู่ไปกับการเรียน”

เทคนิค “กลอนโปรณา” : รุ่นแรกๆ ท่านสอนให้อ่านและเขียนกลอนที่มีคำสัมผัสซ้ำๆ เพื่อให้เด็กซึมซับเนื้อหาและอ่านหนังสือออกไปพร้อมกัน

เทคนิคการจำ (มุขปาฐะ) : ท่านสอนให้จำทีละวรรค เมื่อจำได้แล้วค่อยขยับไปวรรคต่อไป แล้วจึงนำมารวบรวมกัน

ความเมตตาและศิลปะการครองใจ : ท่านเน้นการพูดด้วยคำสุภาพ ซื่อสัตย์ และเข้าใจธรรมชาติของเด็ก “ดุเหมือนไม่ดุ” และต้องดูแลตั้งแต่ตื่นจนหลับ

การฝึกสามเณรสวดปาติโมกข์ (ในวัย 7-8 ขวบ)
วิธีการฝึก: สามเณรจะเริ่มจากการฝึกสมาธิเพื่อให้จิตจ่ออยู่กับตัวหนังสือ และใช้วิธีจำทีละ 2 บรรทัด หรือทีละวรรคให้แม่นก่อนจะขยับไปวรรคต่อไป

ความอดทน: ท่านปั้นสามเณรจนสามารถสวดปาติโมกข์ได้จริงภายในเวลาไม่กี่เดือน (บางรูปใช้เวลา 9-13 เดือน)

การจัดการความเครียด: เมื่อสามเณรตื่นเต้นเวลาสอบ ท่านจะสอนให้กำหนด “คิดหนอ คิดหนอ” หรือปล่อยไว้เฉยๆ ไม่ต้องไปคิดมาก

ความสำคัญ: การที่เด็ก 7-8 ขวบทรงจำศีล 227 ข้อได้ สะท้อนถึงวาสนา บารมี และความเพียรที่ถูกฝึกมาอย่างดี

เป้าหมายคือศาสนทายาท: ท่านมองว่าการจัดการศึกษาในวัดจะช่วยให้ “วัดไม่ร้าง” พระและสามเณรจะมีโอกาสอยู่ในวัดได้นานขึ้น (5-6 ปีขึ้นไป) และสามารถเรียนต่อจนถึงระดับปริญญาได้

จุดเด่น: พัฒนาการของสามเณรน้อย
อ่านออกตั้งแต่วัยเยาว์: ตัวอย่างเช่น สามเณรปิโย ซึ่งบวชตอน 6 ขวบและจำพยัญชนะไม่ได้เลย แต่พอขึ้นปีที่ 2 สามารถหยิบหนังสือ “ปาติโมกข์” มาอ่านได้เอง

ขอท่านทั้งหลายจงยังประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาท”
นี่คือคำสอนสรุปที่ท่านเน้นย้ำตามรอยพระพุทธเจ้า

“บ้าน วัด โรง เรียน (บวร)” จึงกลับมามีชีวิตอีกครั้งที่วัดนิคมผัง 16 โดยใช้พระธรรมวินัยและนวัตกรรมการสอนเป็นเครื่องมือสร้างคนดีสู่สังคม

วัดนิคมผัง 16 (ปากช่อง นครราชสีมา) จึงเป็นสถานที่บ่มเพาะสามเณรน้อยให้เป็น “ศาสนทายาท” ที่ทรงคุณค่าผ่านการทรงพระปาติโมกข์ภายใต้การนำของ “พระมหาชิด”

@jaophoto2022

#วัดนิคมผัง 16 #พร.พระ มหาชิด วัดนิคมผัง 16 (ปากช่อง นครราชสีมา) สถานที่บ่มเพาะสามเณรน้อย ”ต้นกล้าศาสนทายาท“ ผ่านการทรง ”พระปาติโมกข์“ภายใต้การนำของ ”พระมหาชิด“ พระมหาชิด วชิรญาโณ เจ้าอาวาส วัดนิคมผัง 16 เป็นสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดนครราชสีมา แห่งที่ 27 เน้นสอนวิปัสสนากรรมฐาน #พระมหาชิด วชิรญาโณ สายปฏิบัติกรรมฐาน มีพื้นฐานมาจากการปฏิบัติกรรมฐานอย่างเข้มข้นเคยเดินธุดงค์ไปฝากตัวเป็นศิษย์กับ หลวงปู่หนูพาน อิสโร ที่จังหวัดศรีสะเกษ และอยู่ปฏิบัติกันเพียง 2 รูปกับหลวงปู่ ได้รับการฝึกแบบตัวต่อตัวและสำรวมอินทรีย์ตามแนวทางสติปัฏฐาน 4 มายาวนานเกือบ 20 ปี จุดเริ่มต้นสอนสามรเณรในช่วงวิกฤตโควิด-19 วัดถูกใช้เป็นสถานที่กักตัว มีครอบครัวหนึ่งพาลูกชาย 2 คนมาด้วย เด็กไม่ได้เรียนหนังสือ พระมหาชิดจึงรับมาดูแลและเริ่มสอนหนังสือตั้งแต่ (ก ไก่ สระ พยัญชนะ) หลังจากสอนเพียง 2 เดือน ท่านส่งเด็กสอบนักธรรมและปรากฏว่าสอบผ่าน ทำให้ชาวบ้านเริ่มนำบุตรหลานมาฝากบวชเรียนเพิ่มขึ้น จาก 2 รูป เป็น 5 รูป จนปัจจุบันมีสามเณรในความดูแลถึง 18 รูป หลักคำสอนและแนวทางการฝึกฝน พระมหาชิด ไม่ได้เน้นเพียงการท่องจำ แต่ท่านใช้หลักการ “เจียระไน”ผ่านพระธรรมวินัยเป็นเครื่องมือขัดเกลาจากปุถุชนสู่กัลยาณชน วินัย ความเมตตา ความเพียรและสมาธิ ท่านเน้นว่า ”การที่เด็กเล็กจะทำเรื่องยากได้ ต้องเริ่มจากความใส่ใจและความเพียร โดยใช้การฝึกสมาธิควบคู่ไปกับการเรียน“ เทคนิค "กลอนโปรณา": รุ่นแรกๆ ท่านสอนให้อ่านและเขียนกลอนที่มีคำสัมผัสซ้ำๆ เพื่อให้เด็กซึมซับเนื้อหาและอ่านหนังสือออกไปพร้อมกัน เทคนิคการจำ (มุขปาฐะ): ท่านสอนให้จำทีละวรรค เมื่อจำได้แล้วค่อยขยับไปวรรคต่อไป แล้วจึงนำมารวบรวมกัน ความเมตตาและศิลปะการครองใจ: ท่านเน้นการพูดด้วยคำสุภาพ ซื่อสัตย์ และเข้าใจธรรมชาติของเด็ก "ดุเหมือนไม่ดุ" และต้องดูแลตั้งแต่ตื่นจนหลับ การฝึกสามเณรสวดปาติโมกข์ (ในวัย 7-8 ขวบ) วิธีการฝึก: สามเณรจะเริ่มจากการฝึกสมาธิเพื่อให้จิตจ่ออยู่กับตัวหนังสือ และใช้วิธีจำทีละ 2 บรรทัด หรือทีละวรรคให้แม่นก่อนจะขยับไปวรรคต่อไป ความอดทน: ท่านปั้นสามเณรจนสามารถสวดปาติโมกข์ได้จริงภายในเวลาไม่กี่เดือน (บางรูปใช้เวลา 9-13 เดือน) การจัดการความเครียด: เมื่อสามเณรตื่นเต้นเวลาสอบ ท่านจะสอนให้กำหนด "คิดหนอ คิดหนอ" หรือปล่อยไว้เฉยๆ ไม่ต้องไปคิดมาก ความสำคัญ: การที่เด็ก 7-8 ขวบทรงจำศีล 227 ข้อได้ สะท้อนถึงวาสนา บารมี และความเพียรที่ถูกฝึกมาอย่างดี เป้าหมายคือศาสนทายาท: ท่านมองว่าการจัดการศึกษาในวัดจะช่วยให้ "วัดไม่ร้าง" พระและสามเณรจะมีโอกาสอยู่ในวัดได้นานขึ้น (5-6 ปีขึ้นไป) และสามารถเรียนต่อจนถึงระดับปริญญาได้ จุดเด่น: พัฒนาการของสามเณรน้อย อ่านออกตั้งแต่วัยเยาว์: ตัวอย่างเช่น สามเณรปิโย ซึ่งบวชตอน 6 ขวบและจำพยัญชนะไม่ได้เลย แต่พอขึ้นปีที่ 2 สามารถหยิบหนังสือ "ปาติโมกข์" มาอ่านได้เอง ขอท่านทั้งหลายจงยังประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาท" นี่คือคำสอนสรุปที่ท่านเน้นย้ำตามรอยพระพุทธเจ้า "บ้าน วัด โรง เรียน (บวร)" จึงกลับมามีชีวิตอีกครั้งที่วัดนิคมผัง 16 โดยใช้พระธรรมวินัยและนวัตกรรมการสอนเป็นเครื่องมือสร้างคนดีสู่สังคม วัดนิคมผัง 16 (ปากช่อง นครราชสีมา) จึงเป็นสถานที่บ่มเพาะสามเณรน้อยให้เป็น "ศาสนทายาท" ที่ทรงคุณค่าผ่านการทรงพระปาติโมกข์ภายใต้การนำของ ”พระมหาชิด“

♬ original sound - Thaweechai Jao