“สุวัจน์”ร่วมยินดีกับ”ประเสริฐ”และกลุ่มโคราชชาติพัฒนา
หลังกกต.ประกาศรับรองเป็นนายกเล็กโคราช และสท.อย่างเป็นทางการ
พร้อมสานต่อเจตนารมณ์ ”น้าชาติ” จับมือทุกฝ่ายพัฒนาบ้านเมือง
ย้ำงานเร่งด่วน “แก้ปัญหาโควิด- ฟื้นฟูศก.- พัฒนาเมืองโคราช”

วันนี้ 2 มิถุนายน 2564 เวลา 12.00 น. ที่ศูนย์ตนโคราชรักจริงไม่ทิ้งกัน เลขที่ 2222/2 ถ.มิตรภาพ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา ได้เดินทางมาร่วมแสดงความยินดีกับทีมงานกลุ่มโคราชชาติพัฒนา ในโอกาสที่ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครราชสีมา เป็นนายกเทศมนตรี และสมาชิกสภาเทศบาลนครนครราชสีมา อย่างเป็นทางการ โดยมีนายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล อดีต รมว.พลังงาน ในฐานะประธานศูนย์ตนโคราชรักจริงไม่ทิ้งกัน, นายประเสริฐ บุญชัยสุข นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา และนายชัชวาล วงศ์จร อดีตประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา ให้การต้อนรับ พร้อมกันนี้นายสุวัจน์ฯ ได้ทำการติดเครื่องหมายข้าราชการการเมืองประดับบ่า ให้กับสมาชิกสภาเทศบาลนครนครราชสีมา ทั้ง 24 คน และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา เขต อ.เมือง จากกลุ่มโคราชชาติพัฒนา 6 คน หลังจากนั้นได้กล่าวแสดงความยินดีกับคณะทั้งหมด พร้อมให้โอวาทในการพัฒนาพื้นที่ที่รับผิดชอบด้วย ก่อนที่จะถ่ายรูปหมู่ร่วมกันที่บริเวณหน้าอาคารศูนย์ตนโคราชรักจริงไม่ทิ้งกัน

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา กล่าวว่า สำหรับวันนี้ตนเอง มาร่วมแสดงความยินดีกับคณะผู้บริหารเทศบาลนครนครราชสีมา ที่ได้รับการรับรองจาก ก.ก.ต.ประจำจังหวัดนครราชสีมาอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะได้เริ่มทำงานพัฒนาพื้นที่ต่อไป ในฐานะที่ตนเป็นประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา ก็อยากฝากว่าให้ช่วยสานต่อเจตนารมณ์ของ “พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ” อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา ตามคำที่ท่านเคยสอนว่า “ก่อนเลือกตั้งเป็นเรื่องการเมือง แต่หลังเลือกตั้งเป็นเรื่องบ้านเมือง”

ดังนั้น เมื่อได้รับเลือกตั้งมาแล้ว ก็ต้องพร้อมทำงานร่วมกับทุกกลุ่มทุกฝ่าย ไม่มีความขัดแย้งกับใคร เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับบ้านเมืองของตนเองให้มากที่สุด

ทั้งนี้ ตนเองก็ต้องขอขอบคุณ นายประเสริฐ บุญชัยสุข ท่านเคยเป็นถึงรมว.อุตสาหกรรม แต่ไม่ยึดติดในตำแหน่งเดิมโดยได้ลงมาเล่นการเมืองระดับท้องถิ่น จนได้รับเลือกตั้งมาเป็นนายกเทศมนตรีนครนครราชสีมาในครั้งนี้ ส่วนผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็น สท.ในครั้งนี้ ก็มีหลายคนที่เป็นคนรุ่นใหม่ ได้รับเลือกตั้งมาครั้งแรก ช่วงนี้ตนเองก็อยากฝากถึงน้องๆ ในการพัฒนาพื้นที่ จ.นครราชสีมา 3 เรื่องหลักๆ

เรื่องแรกคือ การช่วยเหลือแก้ปัญหาโรคระบาดไวรัสโควิด-19 ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องเร่งด่วน เราจะต้องช่วยประสานหน่วยงานต่างๆ เพื่อขอวัคซีนมาฉีดให้ประชาชนในพื้นที่ให้ได้มากที่สุด เพราะวัคซีนถือว่าเป็นคำตอบสุดท้ายของการแก้ปัญหาการระบาดของไวรัสชนิดนี้ และที่สำคัญที่สุด ต้องลงไปช่วยพี่น้องประชาชนเรื่องโควิด เหมือนอย่างที่ศูนย์ตนโคราชรักจริงไม่ทิ้งกัน ตอนนี้ทุกคนลงพื้นที่กันทุกวัน ไปช่วยการให้ความรู้ความเข้าใจ เรื่องการลงทะเบียน ช่วยกันในเรื่องการประสานต่างๆ และการไปมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ หน้ากากอนามัยและต่างๆ เรื่องที่ 2 หลังจากประชาชนได้รับการฉีดวัคซีนไปส่วนใหญ่แล้ว ซึ่งคาดว่าประมาณปลายปีนี้ ก็จะเริ่มมีภูมิคุ้มกันหมู่ ดังนั้น ขอให้น้องๆ ทั้งนายกเทศมนตรี สท. และ ส.อบจ. ได้ร่วมกันฟื้นฟูเศรษฐกิจโคราชให้ได้เร็วที่สุด คือ ต้องมีกิจกรรมทางด้านเศรษฐกิจ ช่วยคนตกงาน ช่วยผู้ประกอบการที่ต้องหยุดงาน กิจการทางด้านการท่องเที่ยว ส่งเสริมการฟื้นฟู ให้คนมาลงทุน การท่องเที่ยวต่างๆ
ส่วนเรื่องที่ 3 คือ เรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจโดยภาพรวมของทั้งจังหวัด โดยจะต้องทำงานร่วมกับกลุ่มการเมืองต่างๆ ในพื้นที่ทั้ง 32 อำเภอของจังหวัดนครราชสีมา เพื่อกำหนดนโยบายพัฒนาพื้นที่ ให้สอดคล้องกับเมกะโปรเจกต์ ที่รัฐบาลได้ทำไว้ ไม่ว่าจะเป็นโครงการรถไฟทางคู่ โครงการรถไฟความเร็วสูง โครงการถนนมอเตอร์เวย์ รวมทั้งโครงการสร้างท่าเรือบก ซึ่งจะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของโคราชให้เติบโตได้อย่างก้าวกระโดดในอนาคต.

“ผมคิดว่าพี่น้องประชาชนได้ฝากความหวังไว้ อยากให้ทุกคนทำงานให้เต็มที่ และลำดับความสำคัญของงาน อยากให้เอาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเรื่องโควิด เป็นเรื่องอันดับหนึ่ง ให้ทุกคนระดมกันลงไปช่วยในทุกเขตเทศบาล ทุกอำเภอ ให้เยอะที่สุด เร่งฉีดวัคซีนโควิดก็จะจบเร็วในปีนี้ ปีหน้าเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจ และเร่งพัฒนาเมืองโคราช วันนี้ยินดีกับทุกท่าน ขอให้ตั้งใจทำงาน” นายสุวัจน์ กล่าว

“สุวัจน์”ร่วมยินดีกับ”ประเสริฐ”และกลุ่มโคราชชาติพัฒนา หลังกกต.ประกาศรับรองเป็นนายกเล็กโคราช และสท.อย่างเป็นทางการ พร้อมสานต่อเจตนารมณ์ ”น้าชาติ” จับมือทุกฝ่ายพัฒนาบ้านเมือง  ย้ำงานเร่งด่วน “แก้ปัญหาโควิด- ฟื้นฟูศก.- พัฒนาเมืองโคราช”