โคราชสุดปลื้ม! “เพาะชำแบนด์” คว้าแชมป์ถ้วยพระราชทานฯ ชู Soft Power ดนตรีลูกทุ่งผสานศิลปะโขน ยกระดับศักยภาพเยาวชนสู่สากล

 นครราชสีมา-(29 มกราคม 2569)  นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา เปิดเผยว่า  “ความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ของเยาวชนโคราช ในนามวงดนตรีลูกทุ่ง “สุนทรียะแห่งความไพเราะเพาะชำแบนด์” จากโรงเรียนเทศบาล 4 (เพาะชำ) ที่สามารถคว้าแชมป์ชนะเลิศ ถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จากการประกวดวงดนตรีลูกทุ่งแห่งประเทศไทย ประจำปี 2568 ที่ จังหวัดศรีสะเกษ มาได้ เป็นการแสดงศักยภาพของน้องๆ เยาวชนที่เฉือนคะแนนนำโด่ง ชนะวงดนตรีลูกทุ่งของโรงเรียนอีก 7 แห่งที่ร่วมแข่งขันมาได้สำเร็จ นำความภาคภูมิใจมายังพี่น้องชาวโคราช และประชาชนทั่วประเทศ ได้อย่างงดงาม  

 ซึ่งเทศบาลนครนครราชสีมา เห็นศักยภาพความพร้อมของเด็กๆ และเยาวชนในด้านนี้ จึงให้การสนับสนุนส่งเสริมวงดนตรีลูกทุ่ง “สุนทรียะแห่งความไพเราะเพาะชำแบนด์” โรงเรียนเทศบาล 4 (เพาะชำ) โรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครราชสีมา เพื่อให้มีความพร้อมมากยิ่งขึ้น ซึ่งเบื้องหลังชัยชนะ ได้มีการจัดหาวัสดุอุปกรณ์ เครื่องดนตรี และครูผู้สอนที่มีความชำนาญเฉพาะทาง มาช่วยประสิทธิประสาทวิชาให้น้องๆ นักเรียนได้มีความพร้อมทุกด้านทุกสาขา ในขณะที่จังหวัดนครราชสีมาก็มีวัฒนธรรมภูมิปัญญาที่เป็นอัตลักษณ์เฉพาะที่ชาวโคราชภาคภูมิใจอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น ภาษาโคราช เพลงโคราช อาหารประจำถิ่นที่รสชาติอร่อยโดดเด่น อาทิ  ขนมจีนประโดก ไก่ย่างโคราช ผัดหมี่โคราช และยังมีมวยโคราช ที่ช่วยกันสืบสานอนุรักษ์เอาไว้ ซึ่งโคราชเป็น “เมืองกีฬา” อยู่แล้ว ก็อยากจะต่อยอดส่งเสริมให้โคราช เป็น “เมืองดนตรี” ด้วย จึงพยายามดึงศักยภาพของเด็กๆ วัยเรียนให้แสดงออกมา นอกจากนี้ โคราชยังเป็นเมือง 3 มรดกโลกของยูเนสโก ที่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่ได้อย่างมาก  ดังนั้น การดึงดนตรีเข้ามาช่วยเสริมการท่องเที่ยว ก็เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่จะช่วยยกระดับเมือง และยกระดับศักยภาพลูกหลานพี่น้องชาวโคราชไปด้วย

 สำหรับการแสดงของวงดนตรีลูกทุ่ง “สุนทรียะแห่งความไพเราะเพาะชำแบนด์” โรงเรียนเทศบาล 4 (เพาะชำ) ที่สามารถคว้าแชมป์ถ้วยพระราชทานมาได้ เป็นการบูรณาการผสานเข้ากับศิลปะการแสดงโขนของไทย  จะเน้นไปถ่ายทอดอัตลักษณ์และวัฒนธรรมของอีสานใต้ โดยนำบทเพลงลูกทุ่งเป็นสื่อกลางนำเสนอเรื่องราว ผนวกรูปแบบนำเสนอเข้ากันอย่างกลมกลืน ในชื่อชุดการแสดง “ชาวอีสานใต้ รำลึกถึงโขนของแม่” ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากปรางค์ประธานของปราสาทสระกำแพงใหญ่ จังหวัดศรีสะเกษ บริเวณทิศใต้ ปรากฏภาพสลักทับหลังอันวิจิตรบรรจง ที่บอกเล่าเรื่องราวจากรามายณะ ตอน “หนุมานถวายแหวน” ภาพสลักดังกล่าว จึงเป็นที่มาของการสร้างสรรค์การแสดงชุดนี้ ที่สะท้อนอารยธรรมและภูมิปัญญาพื้นถิ่นออกมาอย่างชัดเจน  โดยหลังจากคว้าแชมป์ ดีกรีถ้วยพระราชทาน รางวัลแห่งความภาคภูมิใจมาได้ มีสื่อสารมวลชนสาขาต่างๆ ให้ความสนใจ เชิญร่วมรายการและเชิญไปโชว์การแสดงในโอกาสต่างๆ ซึ่งถือเป็นการช่วยเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทย และโชว์ศักยภาพของเด็กไทยสู่สากลด้วยอีกทาง” นพ.วรรณรัตน์ฯ กล่าว .