สคช.”ปั้นเชฟฮาลาลชายแดนใต้” ครั้งที่ 4 ดันซอฟต์พาวเวอร์อาหารไทยสู่ตลาดโลก
สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ หรือ สคช. ร่วมกับ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) และหน่วยงานภาคี เดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลไทย ผ่านโครงการ “ยกระดับบุคลากรสู่อาชีพเชฟฮาลาลอาหารไทยชายแดนใต้” เพื่อสร้างโอกาสทางอาชีพแก่ประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมผลักดันเศรษฐกิจฮาลาลไทยสู่ระดับสากล
วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เวลา 11.00 น.นายนิธิวัชร์ ศิริปริยพงศ์ รองผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ สคช. เป็นประธานในพิธีปิดโครงการยกระดับบุคลากรสู่อาชีพตามศักยภาพพื้นที่ชายแดนใต้ด้วยคุณวุฒิวิชาชีพ (อบรมสร้างเชฟฮาลาล) โดยมี รศ.ดร.พิชัย จันทร์มณี อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ พร้อมแขกผู้มีเกียรติ ร่วมพิธีปิด ณ ครัวพระนครใต้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ (พระนครใต้)
นายนิธิวัชร์ ศิริปริยพงศ์ รองผู้อำนวยการ สคช. กล่าวว่า โครงการดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 เมษายน – 25 พฤษภาคม 2569 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ โดยการอบรมรุ่นที่ 4 มีผู้เข้าร่วมจำนวน 22 คน ซึ่งผ่านการคัดเลือกจากพื้นที่ชายแดนใต้ เพื่อเข้ารับการฝึกอบรมเข้มข้นด้านการประกอบอาหารไทยฮาลาล ซึ่งหลักสูตรครอบคลุมทั้งการทำอาหารไทย อาหารพื้นถิ่นภาคต่าง ๆ การบริหารจัดการครัว รวมถึงการศึกษาดูงานในแหล่งเรียนรู้ด้านอาหาร เช่น ชุมชนมุสลิมบางลำพู ตลาด อ.ต.ก. และร้านอาหารระดับมิชลินของ “เชฟชุมพล แจ้งไพร”เพื่อสร้างทั้งทักษะ ความรู้ และแรงบันดาลใจในการประกอบวิชาชีพ
ปัจจุบันประชากรมุสลิมทั่วโลกมีมากกว่า 1.9 พันล้านคน ส่งผลให้ตลาดอาหารฮาลาลมีแนวโน้มเติบโตสูง และเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทยที่มีจุดแข็งด้านอาหารและวัตถุดิบ
“ประเทศไทยมีความโดดเด่นด้านอาหารอยู่แล้ว เมื่อนำมาผสานกับความเข้าใจวัฒนธรรมฮาลาลของพี่น้องชายแดนใต้ จึงทำให้เชฟฮาลาลไทยสามารถทำงานได้ทั่วโลก ไม่ว่าจะในอาเซียนหรือประเทศตะวันออกกลาง ถือเป็นอีกหนึ่งซอฟต์พาวเวอร์ที่สำคัญของไทย” นาย นิธิวัชร์ กล่าว
เขาระบุว่า ผู้ผ่านโครงการหลายรุ่นสามารถต่อยอดสู่อาชีพจริง ทั้งการเปิดร้านอาหาร ทำงานในโรงแรม หรือเดินทางไปทำงานในประเทศมาเลเซีย โดยใบรับรองคุณวุฒิวิชาชีพด้านเชฟฮาลาลเป็นที่ต้องการของสถานประกอบการจำนวนมาก
ดันเมนูท้องถิ่นสู่ตลาดสากล
สำหรับเมนูเด่นที่สะท้อนเอกลักษณ์อาหารชายแดนใต้ ผู้เข้าอบรมได้นำเสนอเมนูพื้นถิ่นประยุกต์ เช่น “กรือโป๊ะ” จากหมึกและปลาทู รวมถึงเมนูยอดนิยมอย่าง “ไก่กอและ” การใช้อินทผาลัม มังคุด และวัตถุดิบท้องถิ่นอื่นๆ มาสร้างสรรค์อาหารทั้งคาวและหวานในรูปแบบร่วมสมัย
นายนิธิวัชร์ มองว่า เมนูเหล่านี้มีศักยภาพต่อยอดสู่ธุรกิจร้านอาหาร โรงแรม และตลาดต่างประเทศได้ หากได้รับการสนับสนุนด้านการตลาดและเชิงพาณิชย์อย่างจริงจัง
เชิญนักลงทุนร่วมตลาดฮาลาล
รองผู้อำนวยการ สคช. ยังเชิญชวนนักลงทุนให้มองเห็นโอกาสของธุรกิจอาหารฮาลาล ซึ่งยังมีช่องว่างทางการตลาดอีกมาก โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศอาเซียนและตะวันออกกลาง พร้อมย้ำว่า สคช. มีฐานข้อมูลเชฟฮาลาลที่ผ่านการอบรมและได้รับการรับรองมาตรฐานวิชาชีพ สามารถเชื่อมโยงกับภาคธุรกิจได้โดยตรง
เตรียมเดินหน้ารุ่น 5 ต่อ
แม้ปัจจุบันโครงการจะดำเนินมาถึงรุ่นที่ 4 แต่ สคช. ยืนยันว่าจะเดินหน้าต่อเนื่อง เนื่องจากมีผู้สนใจสมัครเข้าร่วมจำนวนมากในทุกปี โดยจะอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานในพื้นที่ สถาบันการศึกษา และเครือข่ายเชฟมืออาชีพ เพื่อขยายโอกาสสร้างอาชีพให้เยาวชนและประชาชนในพื้นที่ชายแดนใต้ต่อไป
ทั้งนี้ ผู้สนใจเข้าร่วมอบรมรุ่นที่ 5 สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ผ่านเว็บไซต์และเฟซบุ๊กของ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ
@jaophoto2022 #สคช.“ ปั้นเชฟฮาลาลชายแดนใต้“ ครั้งที่ 4 2569 สคช.“ ปั้นเชฟฮาลาลชายแดนใต้“ ครั้งที่ 4 ดันซอฟต์พาวเวอร์อาหารไทยสู่ตลาดโลก #สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ หรือ สคช. ร่วมกับ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) และหน่วยงานภาคี เดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลไทย ผ่านโครงการ “ยกระดับบุคลากรสู่อาชีพเชฟฮาลาลอาหารไทยชายแดนใต้” เพื่อสร้างโอกาสทางอาชีพแก่ประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมผลักดันเศรษฐกิจฮาลาลไทยสู่ระดับสากล วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เวลา 11.00 น.นาย#นิธิวัชร์ ศิริปริยพงศ์ รองผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ สคช. เป็นประธานในพิธีปิดโครงการยกระดับบุคลากรสู่อาชีพตามศักยภาพพื้นที่ชายแดนใต้ด้วยคุณวุฒิวิชาชีพ (อบรมสร้างเชฟฮาลาล) โดยมี รศ.ดร.#พิชัย จันทร์มณี อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ พร้อมแขกผู้มีเกียรติ ร่วมพิธีปิด ณ ครัวพระนครใต้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ (พระนครใต้) นายนิธิวัชร์ ศิริปริยพงศ์ รองผู้อำนวยการ สคช. กล่าวว่า โครงการดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 เมษายน – 25 พฤษภาคม 2569 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ โดยการอบรมรุ่นที่ 4 มีผู้เข้าร่วมจำนวน 22 คน ซึ่งผ่านการคัดเลือกจากพื้นที่ชายแดนใต้ เพื่อเข้ารับการฝึกอบรมเข้มข้นด้านการประกอบอาหารไทยฮาลาล ซึ่งหลักสูตรครอบคลุมทั้งการทำอาหารไทย อาหารพื้นถิ่นภาคต่าง ๆ การบริหารจัดการครัว รวมถึงการศึกษาดูงานในแหล่งเรียนรู้ด้านอาหาร เช่น ชุมชนมุสลิมบางลำพู ตลาด อ.ต.ก. และร้านอาหารระดับมิชลินของ “เชฟชุมพล แจ้งไพร”เพื่อสร้างทั้งทักษะ ความรู้ และแรงบันดาลใจในการประกอบวิชาชีพ ปัจจุบันประชากรมุสลิมทั่วโลกมีมากกว่า 1.9 พันล้านคน ส่งผลให้ตลาดอาหารฮาลาลมีแนวโน้มเติบโตสูง และเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทยที่มีจุดแข็งด้านอาหารและวัตถุดิบ “ประเทศไทยมีความโดดเด่นด้านอาหารอยู่แล้ว เมื่อนำมาผสานกับความเข้าใจวัฒนธรรมฮาลาลของพี่น้องชายแดนใต้ จึงทำให้เชฟฮาลาลไทยสามารถทำงานได้ทั่วโลก ไม่ว่าจะในอาเซียนหรือประเทศตะวันออกกลาง ถือเป็นอีกหนึ่งซอฟต์พาวเวอร์ที่สำคัญของไทย” นาย นิธิวัชร์ กล่าว เขาระบุว่า ผู้ผ่านโครงการหลายรุ่นสามารถต่อยอดสู่อาชีพจริง ทั้งการเปิดร้านอาหาร ทำงานในโรงแรม หรือเดินทางไปทำงานในประเทศมาเลเซีย โดยใบรับรองคุณวุฒิวิชาชีพด้านเชฟฮาลาลเป็นที่ต้องการของสถานประกอบการจำนวนมาก ดันเมนูท้องถิ่นสู่ตลาดสากล สำหรับเมนูเด่นที่สะท้อนเอกลักษณ์อาหารชายแดนใต้ ผู้เข้าอบรมได้นำเสนอเมนูพื้นถิ่นประยุกต์ เช่น “กรือโป๊ะ” จากหมึกและปลาทู รวมถึงเมนูยอดนิยมอย่าง “ไก่กอและ” การใช้อินทผาลัม มังคุด และวัตถุดิบท้องถิ่นอื่นๆ มาสร้างสรรค์อาหารทั้งคาวและหวานในรูปแบบร่วมสมัย นายนิธิวัชร์ มองว่า เมนูเหล่านี้มีศักยภาพต่อยอดสู่ธุรกิจร้านอาหาร โรงแรม และตลาดต่างประเทศได้ หากได้รับการสนับสนุนด้านการตลาดและเชิงพาณิชย์อย่างจริงจัง เชิญนักลงทุนร่วมตลาดฮาลาล รองผู้อำนวยการ สคช. ยังเชิญชวนนักลงทุนให้มองเห็นโอกาสของธุรกิจอาหารฮาลาล ซึ่งยังมีช่องว่างทางการตลาดอีกมาก โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศอาเซียนและตะวันออกกลาง พร้อมย้ำว่า สคช. มีฐานข้อมูลเชฟฮาลาลที่ผ่านการอบรมและได้รับการรับรองมาตรฐานวิชาชีพ สามารถเชื่อมโยงกับภาคธุรกิจได้โดยตรง เตรียมเดินหน้ารุ่น 5 ต่อ แม้ปัจจุบันโครงการจะดำเนินมาถึงรุ่นที่ 4 แต่ สคช. ยืนยันว่าจะเดินหน้าต่อเนื่อง เนื่องจากมีผู้สนใจสมัครเข้าร่วมจำนวนมากในทุกปี โดยจะอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานในพื้นที่ สถาบันการศึกษา และเครือข่ายเชฟมืออาชีพ เพื่อขยายโอกาสสร้างอาชีพให้เยาวชนและประชาชนในพื้นที่ชายแดนใต้ต่อไป ทั้งนี้ ผู้สนใจเข้าร่วมอบรมรุ่นที่ 5 สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ผ่านเว็บไซต์และเฟซบุ๊กของ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ
♬ original sound - Thaweechai Jao