“สุวัจน์” นำทัพ ชพน. บุก “เชียงใหม่” เมืองหลวง เพื่อไทย ชูนโยบายภาคเหนือ มุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรดันภาคเหนือเป็นครัวโลก บูมท่องเที่ยว ให้เป็นรายได้หลักส่งเสริมสินค้าพื้นเมือง -โอทอป แหล่งท่องเที่ยว ประเพณีวัฒนธรรมจุดแข็งประเทศไทย ย้ำชู “เชียงใหม่” ฮับจัดอีเว้นธ์ระดับโลก ย้ำต้องสร้างรถไฟรางคู่ – รถไฟเร็วสูง ทั่วภาคเหนือ อ้อน คนเหนือ ชาติพัฒนา ขอเป็นทางเลือก เผย ไม่กดดันแข่ง พท. บอลรองเล่นสบาย เน้นนโยบายดีแก้เศรษฐกิจรากหญ้า

เมื่อวันที่ 21 มี.ค. เวลา 10.30 น. ที่ จ.เชียงใหม่ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา เดินทางลงพื้นที่เพื่อช่วยผู้สมัครหาเสียง โดยนำผู้สมัคร จ.เชียงใหม่ อาทิ นายบุญล้อม ถวาย เขต 4 เบอร์ 13 , นายอารีย์ นาคสุข เขต 3 เบอร์ 9 อดีตนักกีฬาปั่นจักรยานทีมชาติ และ น.ส.สุพัตรวี อยู่แพทย์ เขต 1 เบอร์ 23 หรือแม่หลวงกุ้ง พร้อมคณะ เดินเท้าทักทายพี่น้องประชาชน อ.สันกำแพง โดยมีประชาชนในพื้นที่มาให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นทั้ง มอบดอกไม้ ดอกดาวเรือง และส่งเสียงเชียร์เป็นกำลังใจดังไปทั่วตลาด ในการเดินทางมาเยือนภาคเหนือในครั้งนี้

นายสุวัจน์ กล่าวให้สัมภาษณ์ว่านโยบายสำคัญของพรรคในการพัฒนาภาคเหนือ คือ นโยบายอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เพราะภาคเหนือเต็มไปด้วยศักยภาพและทรัยากรธรรมชาติ ขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรมอันล้ำค่า และสถานที่ท่องเที่ยวโบราณสถานทีสวยงามมากมาย โดยเฉพาะที่จังหวัดเชียงใหม่ถือเป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียงดังระดับโลก โดยเฉพาะสินค้าพื้นเมือง หรือ สินค้าโอทอป ที่ทั่วโลกต่างรู้จัก ดังนั้นพรรคชาติพัฒนา มีแนวนโยบายที่จะสนับสนุนให้สินค้าเกษตร สินค้าพื้นเมืองหรือสินค้าชุมชนของภาคเหนือให้กลายเป็นเกษตรครัวโลก

“นโยบายสำคัญที่พรรคชูมาตลอดคือ การทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวต้องเป็นเศรษฐกิจหลักของประเทศ เพื่อสร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจแก่ประชาชนโดยเฉพาะเศรษฐกิจรากหญ้า เพื่อแก้ปัญหาความยากจนหรือเหลื่อมล้ำ ที่สำคัญอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทย ไม่มีชาติใดสู้ได้ เพราะนี้คือจุดแข็งที่สุดทางเศรษฐกิจของไทยจริงๆ” นายสุวัจน์ กล่าว

นายสุวัจน์ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่มีความพร้อมด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยวสูงมาก จึงควรส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยว เช่น รถไฟรางคู่ รถไฟความเร็วสูง ไม่ใช่เฉพาะที่จังหวัดเชียงใหม่ แต่ต้องเชื่อมโยงไปทั่วภาคเหนือ รวมถึงการจัดอีเว้นธ์ใหญ่ต้องส่งเสริมให้จัดขึ้นโดยให้จังหวัดเชียงใหม่เป็นศูนย์กลาง เช่น งานเทศกาลสงกรานต์ที่จังหวัดเชียงใหม่ขึ้นชื่อและโด่งดังมาก ที่ต้องทำให้ทั่วโลกได้รู้จัก

เมื่อถามว่าพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นพื้นที่ของพรรคเพื่อไทย ย่อมเจาะยาก นายสุวัจน์ กล่าวว่าพรรคชาติพัฒนา ส่งผู้สมัคร 6 เขต ขึ้นอยู่กับประชาชนจะพิจารณาตัดสินใจ แต่ขอให้ประชาชนมาใช้สิทธิ์กันเยอะๆเพื่อการเลือกตั้งครั้งนี้ได้รัฐบาลที่ชอบธรรม ส่วนจะเลือกพรรคชาติพัฒนาหรือไม่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชน เพราะปัจจุบันเทคโนโลยีการสื่อสารทันสมัย ประชาชนรับทราบข้อมูลพรรค นโยบายพรรค หรือ ว่าที่นายกรัฐมนตรี ผ่านเวทีดีเบต หรือ ปราศรัยทางการเมือง จึงเชื่อว่าประชาชนสามารถตัดสินใจได้ ชอบพรรค หรือ ชอบนโยบายพรรคใดย่อมมีสิทธิเลือกเต็มที่ ส่วนพรรคชาติพัฒนาของเป็นทางเลือกหนึ่งเท่านั้น

“แม้ทราบว่าเชียงใหม่เป็นพื้นที่พรรคเพื่อไทย แต่ด้วยโอกาสและกติกาใหม่ตามรัฐธรรมนูญใหม่ ที่ทุกคะแนนมีความหมาย จึงพอมีโอกาส และความหวังสังเกตได้ว่าทุกจังหวัดมีพรรคการเมืองเสนอตัวเป็นทางเลือกและแข่งขันกันเยอะมาก ยิ่งประชาชนตื่นตัวทางการเมืองสูง รับรู้ข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดีย แม้จะมีเจ้าถิ่นเก่าครองพื้นที่อยู่ แต่พรรคใหม่ก็เข้ามาแข่งกันและอาจมีโอกาสเช่นกัน น่าจะพอมีความหวัง” นายสุวัจน์ กล่าว

นายสุวัจน์ กล่าวว่าการเลือกตั้งในจังหวัดเชียงใหม่ ไม่หนักใจ เพราะเหมือนกับการแข่งขันกีฬาฟุตบอล หรือ กีฬามวย ถ้าพรรคชาติพัฒนาเป็น บอล หรือ มวย ก็เป็น บอล หรือ มวยรองจึงเล่นสบายเหมือนเล่นกีฬาต้องขยันซ้อม และ เล่นเต็มที แม้จะแพ้ หรือชนะไม่สำคัญ แต่สิ่งสำคัญ คือ พรรคชาติพัฒนา ต้องการให้พี่น้องประชาชนไปใช้สิทธิ์ในวันที่ 24 มี.ค.นี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพื่อให้การเมืองชอบธรรมได้รับความยอมรับและความเชื่อมั่นจากต่างชาติ และ พรรคชาติพัฒนาอยากเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความปรองดองและ ความรักสามัคคีของคนไทยให้เกิดขึ้นนั้นคือเป้าหมายทางการเมือง

โอกาสนี้ นายสุวัจน์ สักการะปติมากรรม “เทวบุตรหลวง” ที่พ่อแม่พี่น้องสันกำแพงเคารพศรัทธา ถึงตำนานโชคลาภร่ำรวยกินดีอยู่ดี คล้องพวงมาลัยเพื่อเป็นสิริมงคลในการเดินท่งทาเยือนจังหวัดเชียงใหม่กินดีอยู่ดี พร้อมขอพรให้ พ่อแม่พี่น้องชาวเชียงใหม่ผู้สมัคร

พบปะพูดคุยกับพี่น้องชาติพันธุ์พร้อมกับรับมอบของที่ระลึกจากผู้นำกลุ่มชาติพันธุ์ ได้แก่ ไทลี้ ลาหู่ ไทยอง และ ลีซอ ที่ต่างชื่นชมยินดีที่นายสุวัจน์ให้ความสำคัญกับกลุ่มชาติพันธุ์ จากนั้นออกเดินทางต่อไปยังตลาดต้นพะยอม เป็นพื้นที่ของ น.ส.สุพัตรวี หรือแม่หลวงกุ้ง ถือเป็นนักการเมืองหญิงคนรุ่นใหม่ของจ.เชียงใหม่ ตลอดเส้นทางมีประชาชนมารอต้อนรับจำนวนมาก

/-/-/