“ทูตแห่งการแพทย์ไทย”ศิริราช ยาตรา ครั้งที่ 5 บังกลาเทศ นำกองบุญผ้าป่าสมทบทุนเปลี่ยนข้อเข่า-สะโพก เกือบ 8 ล้านบาท

พลังศรัทธาไร้พรมแดน! ก้าวตามรอยองค์พระศาสดา ครั้งที่ 5 (Love for Humanity by Siriraj ) คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล พร้อมคณะสงฆ์และประชาชนชาวไทย ระดมกองบุญผ้าป่ามหากุศลเกือบ 8 ล้านบาท เตรียมนำทีมแพทย์ไทยเดินทางสู่ประเทศบังกลาเทศ เพื่อผ่าตัดรักษาผู้ป่วยยากไร้ด้านกระดูกและข้อ พร้อมส่งต่อองค์ความรู้ทางการแพทย์ สานภารกิจ “การทูตทางการแพทย์” เชื่อมมิตรภาพและมนุษยธรรมระหว่างประเทศ

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2569 ณ สวนแสงธรรม พุทธมณฑลสาย 3 จัดงานทอดผ้าป่าสามัคคี โครงการก้าวแรกของพระบรมศาสดา เพื่อผู้ป่วยยากไร้กระดูกและข้อ” ( Love for Humanity by Siriraj ) ครั้งที่ 4 และยาตราสู่ประเทศบังกลาเทศ ครั้งที่ 5 โดย หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก หลวงพ่อสุธรรม สุธัมโม หลวงพ่ออนิลมาน ธัมมสากิโย ร่วมกับคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล และสานุศิษย์ผู้ใจบุญเนืองแน่นศาลาสวนแสงธรรม

หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นวันแห่งการสงเคราะห์และอนุเคราะห์เพื่อนมนุษย์ โดยพี่น้องชาวไทยได้ร่วมกันส่งต่อความช่วยเหลือไปยังประชาคมโลก ควบคู่กับการถ่ายทอดความรู้และความชำนาญทางการแพทย์ให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ในประเทศบังกลาเทศ

สำหรับโครงการที่ผ่านมา คณะสงฆ์และทีมแพทย์ได้เดินทางไปช่วยเหลือผู้ป่วยในประเทศเนปาล ภูฏาน ศรีลังกา และลาว ขณะที่ภารกิจครั้งที่ 5 กำหนดเดินทางสู่ประเทศบังกลาเทศ โดยได้รับพลังศรัทธาจากประชาชนร่วมทำบุญเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ด้านกระดูกและข้อเป็นเงินเกือบ 8 ล้านบาท

“อาจารย์กีรติ พร้อมคณะแพทย์ จะเดินทางไปประเทศบังกลาเทศเพื่อผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าให้แก่ผู้ป่วยประมาณ 50-70 ราย กำหนดเดินทางไปปฏิบัติภารกิจในวันที่ 3-7 ธันวาคมนี้ การเดินทางไปช่วยเหลือในต่างประเทศยังเป็นการปลูกความสัมพันธ์และมิตรไมตรีระหว่างประเทศด้วย” หลวงพ่ออินทร์ถวาย กล่าว

ด้าน ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า โครงการก้าวแรกของพระบรมศาสดา เพื่อผู้ป่วยยากไร้กระดูกและข้อ ครั้งที่ 5 เตรียมนำทีมแพทย์ พยาบาล และนักกายภาพบำบัด เดินทางไปปฏิบัติภารกิจผ่าตัดรักษาโรคข้อเข่าและข้อสะโพกให้แก่ผู้ป่วยยากไร้ในประเทศบังกลาเทศ เพื่อให้ผู้ป่วยที่รอคอยความช่วยเหลือได้กลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีอีกครั้ง

ภารกิจครั้งนี้ได้รับความเมตตาจากคณะสงฆ์และแรงศรัทธาจากประชาชนชาวไทยที่ร่วมบริจาคทุนทรัพย์อย่างต่อเนื่อง ทำให้โครงการมีความพร้อมในการเข้าไปช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างเต็มศักยภาพ โดยการเดินทางไปบังกลาเทศเป็นการตอบรับคำร้องขอความช่วยเหลือจากประเทศปลายทางโดยตรง ซึ่งยังมีผู้ป่วยจำนวนมากที่ขาดโอกาสในการเข้าถึงการรักษา

แม้ประชากรส่วนใหญ่ของบังกลาเทศจะนับถือศาสนาอิสลาม แต่โครงการยังคงยึดมั่นในหลักแห่งเมตตากรุณาต่อเพื่อนมนุษย์ โดยไม่แบ่งแยกเชื้อชาติ ศาสนา หรือวรรณะ

“โครงการนี้บ่งบอกถึงน้ำใจของคนไทย ที่เราแผ่ขยายความช่วยเหลือไปสู่มนุษยชาติในทุกพื้นที่ เป็นความสุขตามหลักคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่เปิดโอกาสให้เราได้ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสอย่างแท้จริง” ศ.นพ.อภิชาติกล่าว

ขณะที่ ศ.นพ.กีรติ เจริญชลวานิช หัวหน้าภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิคส์และกายภาพบำบัด คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล นายกแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และประธานโครงการ กล่าวว่า โครงการนี้จัดขึ้นเพื่อสืบสานแนวพระราชดำริในการอุทิศตนเพื่อประโยชน์สุขของเพื่อนมนุษย์ โดยยึดหลักว่าความแตกต่างทางศาสนา ลัทธิ หรือเชื้อชาติ ไม่ควรเป็นอุปสรรคต่อการมอบความรักและความช่วยเหลือให้แก่กัน

สำหรับภารกิจครั้งที่ 5 ที่ประเทศบังกลาเทศ ทีมแพทย์ศิริราชตั้งเป้าช่วยเหลือผู้ป่วยประมาณ 50-70 ราย โดยโครงการได้รับเงินบริจาคเกือบ 8 ล้านบาท และยังคงเปิดรับการสนับสนุนเพิ่มเติม เนื่องจากอุปกรณ์และข้อเทียมมีต้นทุนสูง

ทั้งนี้ ทีมแพทย์มีกำหนดเดินทางไปสำรวจพื้นที่และเตรียมความพร้อมด้านการรักษาในวันที่ 31 ตุลาคมนี้ก่อนลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจผ่าตัดอย่างเต็มรูปแบบระหว่างวันที่ 3-7 ธันวาคม 2569 พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ในท้องถิ่น

ศ.นพ.กีรติ กล่าวว่า ภารกิจของศิริราชในครั้งนี้สะท้อนแนวคิด “การทูตทางการแพทย์” หรือ Medical Diplomacy ซึ่งเป็นการใช้ความช่วยเหลือด้านการแพทย์และสาธารณสุขเป็นสะพานสร้างความสัมพันธ์ ความเข้าใจ และสันติสุขระหว่างประเทศ โดยทีมศัลยแพทย์ที่ร่วมภารกิจล้วนได้รับการคัดเลือกทั้งจากความรู้ความสามารถและหัวใจแห่งการเสียสละ

“แม้ประเทศไทยจะไม่ได้เป็นประเทศที่ร่ำรวยหรือเป็นผู้นำทางเศรษฐกิจ แต่คนไทยมีหัวใจที่ยิ่งใหญ่ในการแบ่งปันสิ่งที่มีให้กับผู้ที่ขาดแคลน โดยไม่เลือกเพศ ศาสนา เชื้อชาติ พรมแดน หรือสีผิว ศิริราชมอบความรักให้ชาติ และคนไทยมอบความรักให้โลกใบนี้” ศ.นพ.กีรติกล่าว

ด้าน คุณสุจินตนา จรรยาทิพย์สกุล ประธานมูลนิธิเก้ายั่งยืน ในฐานะผู้ร่วมจุดประกายโครงการ กล่าวว่า โครงการนี้เกิดจากปณิธานของคุณหมอกีรติ และทีมแพทย์ที่ต้องการช่วยให้ผู้ป่วยยากไร้มีโอกาสเข้าถึงการรักษา ก่อนจะขยายผลสู่การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศผ่านการแพทย์และมนุษยธรรม

นอกจากการผ่าตัดรักษาผู้ป่วยแล้ว ทีมแพทย์ยังจะถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีให้แก่แพทย์ท้องถิ่น เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบการแพทย์ในระยะยาว และเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับบังกลาเทศ ผ่านความรัก มนุษยธรรม และมิตรภาพที่ไร้พรมแดน

“ตัวเลขเกือบ 8 ล้านบาทนี้ ไม่ใช่เพียงจำนวนเงิน แต่คือพลังศรัทธาและความเมตตาที่ไม่จำกัดพรมแดน เป็นการร่วมแรงร่วมใจของคณะสงฆ์ ผู้มีจิตศรัทธา และประชาชนทุกคน ที่ต้องการส่งต่อโอกาสและชีวิตใหม่ให้แก่ผู้ป่วยในบังกลาเทศ” คุณสุจินตนากล่าว

กองบุญผ้าป่ามหากุศลในครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการระดมทุนเพื่อจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์และข้อเทียมเท่านั้น หากยังเป็นพลังแห่งความเมตตาของคนไทยที่พร้อมส่งต่อโอกาสในการรักษาให้แก่เพื่อนมนุษย์ และตอกย้ำบทบาทของ “ทูตแห่งการแพทย์ไทย” ที่ใช้ความเชี่ยวชาญทางการแพทย์เป็นสะพานแห่งมิตรภาพและความหวังสู่ประชาคมโลก

@jaophoto2022

ทูตแห่งการแพทย์ไทยศิริราช #ก้าวตามรอยพระบรมศาสดา ยาตรา ครั้งที่ 5 บังกลาเทศ นำกองบุญผ้าป่าสมทบทุนเปลี่ยนข้อเข่า-สะโพก เกือบ 8 ล้านบาท #ศ.นพ.กีรติ เจริญชลวานิช หัวหน้าภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิคส์และกายภาพบำบัด คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และประธานโครงการฯ และนายกแพทย์สภาฯ #ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ศิริราช ยกทีมแพทย์สู่บังกลาเทศ สานภารกิจ “ก้าวแรกของพระบรมศาสดา” ครั้งที่ 5 คืนชีวิตใหม่ผู้ป่วยยากไร้โรคกระดูกและข้อ ศิริราช ยกทัพ “การทูตทางการแพทย์” สู่บังกลาเทศ ผ่าตัด-ใส่ขาเทียมผู้ป่วยยากไร้ 50–70 ราย ศ.นพ.กีรติ เจริญชลวานิช หัวหน้าภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิคส์และกายภาพบำบัด คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล นายกแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และประธานโครงการฯ เปิดเผยว่า โครงการก้าวแรกของพระบรมศาสดา เพื่อผู้ป่วยยากไร้กระดูกและข้อ จัดขึ้นเพื่อสืบสานพระราชปณิธานในหลวงรัชกาลที่ 9 ในการอุทิศตนเพื่อประโยชน์สุขของมนุษยชาติ โดยยึดหลักว่า ความแตกต่างทางศาสนา เชื้อชาติ หรือพรมแดน ไม่ใช่อุปสรรคต่อการมอบความรักและความช่วยเหลือแก่กัน ภารกิจครั้งที่ 5 ทีมแพทย์ศิริราชเตรียมเดินทางไปยังประเทศบังกลาเทศ ตั้งเป้าผ่าตัดและใส่ขาเทียมให้ผู้ป่วยยากไร้ราว 50–70 ราย โดยจะเดินทางสำรวจพื้นที่ในวันที่ 31 ตุลาคม ก่อนปฏิบัติภารกิจเต็มรูปแบบระหว่างวันที่ 3–7 ธันวาคม เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ขณะนี้ได้รับเงินบริจาคแล้วกว่า 7 ล้านบาท แต่ยังเปิดรับการสนับสนุนเพิ่มเติม เนื่องจากอุปกรณ์ขาเทียมมีต้นทุนสูง นอกจากนี้ โครงการยังเตรียมขยายความช่วยเหลือไปยังประเทศเมียนมา หลังได้รับจดหมายเชิญให้เดินทางไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุแผ่นดินไหว ศ.นพ.กีรติ กล่าวว่า ภารกิจของศิริราชในวันนี้คือ “การทูตทางการแพทย์” หรือ Medical Diplomacy ใช้ความรู้และความช่วยเหลือทางการแพทย์เป็นสะพานเชื่อมมิตรภาพ ความเข้าใจ และสันติสุขระหว่างประเทศ พร้อมย้ำว่า แม้ไทยจะไม่ใช่ประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ แต่คนไทยมีหัวใจที่ยิ่งใหญ่ในการแบ่งปันแก่ผู้ขาดแคลนโดยไม่แบ่งแยกเชื้อชาติ ศาสนา หรือพรมแดน “ศิริราชมอบความรักให้ชาติ และคนไทยมอบความรักให้โลกใบนี้” ศ. นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า โครงการ “ก้าวแรกของพระบรมศาสดา เพื่อผู้ป่วยยากไร้กระดูกและข้อ” ครั้งที่ 5 เตรียมนำทีมแพทย์ พยาบาล และนักกายภาพบำบัด เดินทางไปยังประเทศบังกลาเทศ เพื่อผ่าตัดรักษาโรคข้อเข่าและข้อสะโพกให้แก่ผู้ป่วยยากไร้ คืนโอกาสให้กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ ภารกิจครั้งนี้ได้รับความเมตตาจากพระเถระและพระผู้ใหญ่ รวมถึงแรงศรัทธาจากประชาชนชาวไทยที่ร่วมบริจาคทุนทรัพย์อย่างต่อเนื่อง ทำให้โครงการมีงบประมาณเพียงพอในการช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างเต็มศักยภาพ ศ. นพ.อภิชาติ กล่าวว่า การเดินทางครั้งนี้เป็นการตอบรับคำร้องขอความช่วยเหลือจากบังกลาเทศ ซึ่งยังขาดแคลนโอกาสทางการแพทย์ โดยโครงการยึดหลักเมตตากรุณาต่อเพื่อนมนุษย์ ไม่แบ่งแยกชาติ ศาสนา หรือวรรณะ พร้อมส่งต่อทั้งการรักษา คุณภาพชีวิต และองค์ความรู้ทางการแพทย์อย่างยั่งยืน “โครงการนี้บ่งบอกถึงน้ำใจของคนไทย ที่เราแผ่ขยายความช่วยเหลือไปสู่มนุษยชาติในทุกพื้นที่” ศ. นพ.อภิชาติ กล่าว

♬ เสียงต้นฉบับ - Thaweechai Jao