“อัญชลี” ศิลป์ภูเก็จ นำเสวนา “พิพิธภัณฑ์ศิลป์ใต้สมุทร RAYA เดินหน้าอนุรักษ์ สร้างดิสติเนชั่นใต้ทะเล ปักหมุดเทียบชั้นแหล่งดำน้ำโลก

สมาคมศิลป์ภูเก็จ เปิดเวทีระดมความคิดทุกภาคส่วน เดินหน้าโครงการ “Underwater ART Museum Raya” พิพิธภัณฑ์ศิลป์ใต้สมุทรแห่งใหม่ หวังใช้ศิลปะฟื้นฟูระบบนิเวศ สร้างปะการังเทียม ลดแรงกดดันต่อแนวปะการังธรรมชาติ พร้อมยกระดับภูเก็ตสู่จุดหมายปลายทางศิลปะและวัฒนธรรมระดับโลก

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น. ณ หอศิลป์คุณหญิงกาญจนา ณ ระนอง สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต มีการจัดเวทีเสวนาในหัวข้อ “พิพิธภัณฑ์ศิลป์ใต้สมุทร รายา” (Underwater ART Museum Raya) เมื่อศิลปะเชื่อมมนุษย์กับธรรมชาติ เพื่อเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและร่วมกันขับเคลื่อนโครงการพิพิธภัณฑ์ศิลป์ใต้สมุทรภูเก็ต

การเสวนานำโดย คุณอัญชลี วานิช เทพบุตร นายกสมาคมศิลป์ภูเก็จ พร้อมด้วย คุณสรายุทธ มัลลัม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต อาจารย์วิษณุพงษ์ หนูนันท์ ผู้ออกแบบประติมากรรม “สุพรรณมัจฉา” และ คุณเตือนใจ พันธ์ธร ผู้อำนวยการศูนย์จัดการพื้นที่คุ้มครองหมู่เกาะราชา จังหวัดภูเก็ต คุณศิริวรรณ สีหาราช ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต โดยมีภาคีเครือข่ายจากภาครัฐ เอกชน ชุมชน และภาคการท่องเที่ยวเข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง

คุณอัญชลี วานิช เทพบุตร กล่าวว่า โครงการ “พิพิธภัณฑ์ศิลป์ใต้สมุทรภูเก็ต” เป็นแนวคิดในการสร้างแลนด์มาร์กระดับโลกที่เชื่อมโยงศิลปะ ธรรมชาติ การอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล และการท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน โดยมุ่งผลักดันจังหวัดภูเก็ตสู่การเป็น World Art and Culture Tourism Destination หรือจุดหมายปลายทางด้านศิลปะและวัฒนธรรมระดับโลก

“วันนี้เราเปิดเวทีเสวนาเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ทั้งภาคเอกชน ภาครัฐ และชุมชน เพราะโครงการนี้จะเกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกฝ่าย และสิ่งที่เรากำลังสร้างไม่ได้เป็นเพียงแค่แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ แต่เป็นพื้นที่ที่ศิลปะและธรรมชาติจะเติบโตไปด้วยกัน” คุณอัญชลีกล่าว

เธอกล่าวว่า โครงการดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงการนำประติมากรรมไปติดตั้งใต้ท้องทะเล แต่เป็นแนวคิดในการสร้าง “พิพิธภัณฑ์มีชีวิต” ที่เชื่อมโยงมนุษย์เข้ากับธรรมชาติ พร้อมตอบแทนท้องทะเลที่เป็นแหล่งทำกินและเป็นส่วนสำคัญของวิถีชีวิตชาวภูเก็ตมาอย่างยาวนาน

หัวใจสำคัญของโครงการ คือ การใช้ผลงานศิลปะเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟูระบบนิเวศใต้ทะเล โดยโครงสร้างประติมากรรมจะทำหน้าที่เป็นแหล่งอาศัยของสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเล และเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างบ้านปะการังเทียม หรือ Artificial Coral Reef

นอกจากความงดงามทางศิลปะแล้ว พื้นที่ดังกล่าวยังมีเป้าหมายในการเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาและสัตว์น้ำ ช่วยเพิ่มความสมบูรณ์ให้กับระบบนิเวศ รวมถึงช่วยผ่อนคลายความแออัดของแหล่งปะการังธรรมชาติ ซึ่งเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญและได้รับความนิยมจากนักดำน้ำจำนวนมาก

แนวคิดนี้จึงเป็นการสร้างจุดหมายใหม่ให้กับนักท่องเที่ยว ควบคู่ไปกับการลดแรงกดดันต่อทรัพยากรธรรมชาติเดิม โดยความโดดเด่นของโครงการ คือ การวางเป้าหมายให้เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลป์ใต้สมุทรแห่งแรกของเอเชีย และก้าวสู่การเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ศิลป์ใต้สมุทรที่สำคัญของโลก

จุดสำคัญคือการออกแบบพื้นที่ให้มีลักษณะเป็น “พิพิธภัณฑ์” อย่างเต็มรูปแบบ แตกต่างจากการนำประติมากรรมเพียงไม่กี่ชิ้นไปติดตั้งใต้ทะเล โดยจะรวบรวมผลงานจากศิลปินชื่อดังและศิลปินท้องถิ่น เพื่อสร้างเรื่องราวและอัตลักษณ์เฉพาะของภูเก็ต

ผลงานบางส่วนได้รับแรงบันดาลใจจากตัวละครในวรรณคดีไทยเรื่องรามเกียรติ์ ไม่ว่าจะเป็น พระราม ทศกัณฐ์ สุพรรณมัจฉา และหนุมาน เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวทางวัฒนธรรมผ่านประติมากรรม และนำศิลปะไทยไปสู่สายตานักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

หนึ่งในผลงานที่มีความคืบหน้าแล้ว คือ ประติมากรรม “หนุมาน” ซึ่งได้รับการติดตั้งลงในพื้นที่ใต้ทะเลเรียบร้อยแล้ว ขณะที่ผลงานศิลปะอีก 3 ชิ้นอยู่ระหว่างดำเนินการ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน ก่อนทยอยนำไปติดตั้งในพื้นที่ใต้ทะเลประมาณเดือนพฤศจิกายน และมีเป้าหมายเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมตั้งแต่เดือนธันวาคม หรืออย่างช้าที่สุดภายในเดือนมกราคม 2570 เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับชาวภูเก็ตและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม คุณอัญชลีมองว่า ความสำเร็จของโครงการไม่ได้ขึ้นอยู่กับการก่อสร้างหรือการติดตั้งผลงานเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการวางระบบดูแลรักษา การมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ และการบริหารจัดการกองทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พิพิธภัณฑ์แห่งนี้สามารถดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืน

ด้าน คุณเตือนใจ พันธ์ธร ผู้อำนวยการศูนย์จัดการพื้นที่คุ้มครองหมู่เกาะราชา จังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า หมู่เกาะราชาและราชาน้อยเป็นพื้นที่ที่มีทรัพยากรทางทะเลอุดมสมบูรณ์และมีความงดงามไม่แพ้แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลสำคัญอื่นของประเทศไทย หลังได้รับการประกาศเป็นพื้นที่คุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเมื่อปี 2566 พื้นที่แห่งนี้จึงกลายเป็นพื้นที่ต้นแบบแห่งแรกของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในการนำมาตรการทางกฎหมายมาใช้อย่างเป็นรูปธรรม

เธอกล่าวว่า แม้หลายฝ่ายอาจมีความกังวลเกี่ยวกับการนำงานศิลปะลงไปจัดวางใต้ทะเล แต่หากดำเนินการภายใต้การอนุญาตและหลักเกณฑ์ที่ถูกต้อง งานประติมากรรมเหล่านี้สามารถเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างปะการังเทียม และกลายเป็นส่วนหนึ่งของทรัพยากรทางทะเลได้

สำหรับประติมากรรม “หนุมาน” ที่ติดตั้งลงใต้ทะเลแล้ว ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะหลังการจัดวางพบว่ามีนักดำน้ำสคูบาเข้ามาเยี่ยมชมจำนวนมาก รวมถึงกลุ่มนักดำน้ำแบบฟรีไดฟ์และนักท่องเที่ยวแบบสน็อกเกิล สะท้อนให้เห็นว่างานศิลปะสามารถสร้างจุดหมายใหม่และช่วยกระจายนักท่องเที่ยวออกจากแนวปะการังธรรมชาติได้

“สิ่งสำคัญไม่ใช่การห้ามใช้ทรัพยากร แต่คือการใช้ประโยชน์ร่วมกันอย่างยั่งยืน ทรัพยากรต้องคงอยู่ ขณะเดียวกันรายได้ของจังหวัดและประเทศก็ต้องเติบโตไปพร้อมกัน” คุณเตือนใจกล่าว

ขณะที่ คุณศิริวรรณ สีหาราช ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต กล่าวว่า ภูเก็ตเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมระดับโลกที่มีความพร้อมทั้งในด้านธรรมชาติ โรงแรม ร้านอาหาร แหล่งช้อปปิ้ง และสิ่งอำนวยความสะดวก แต่โครงการประติมากรรมใต้น้ำแห่งใหม่นี้จะเป็นอีกหนึ่งมิติสำคัญที่ช่วยเติมเต็มประสบการณ์การท่องเที่ยวของภูเก็ต

เธอกล่าวว่า การผสานเสน่ห์ของงานศิลปะเข้ากับความงดงามของโลกใต้ทะเล จะกลายเป็นเอกลักษณ์ใหม่ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มศักยภาพสูง โดยเฉพาะผู้ที่รักการดำน้ำและหลงใหลในงานศิลปะ

ในส่วนของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต พร้อมสนับสนุนการประชาสัมพันธ์โครงการผ่านทุกช่องทาง ทั้งการสร้างสรรค์คอนเทนต์ การผลักดันผ่านแพลตฟอร์ม Amazing Thailand และการนำเสนอข้อมูลแก่บริษัทนำเที่ยวและเอเจนต์จากทั่วโลก เพื่อสร้างการรับรู้และเตรียมความพร้อมสู่การเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

ด้าน คุณสรายุทธ มัลลัม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า โครงการพิพิธภัณฑ์ศิลป์ใต้สมุทรเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กสำคัญที่จะช่วยสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับนักท่องเที่ยว และยกระดับการท่องเที่ยวทางทะเลของจังหวัดภูเก็ตสู่เวทีโลก

“นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาภูเก็ตหลายครั้งอาจรู้จักแหล่งดำน้ำธรรมชาติที่สวยงามอยู่แล้ว แต่พิพิธภัณฑ์ศิลป์ใต้สมุทรจะเป็นประสบการณ์ใหม่ที่พวกเขายังไม่เคยเห็นมาก่อน และนี่จะกลายเป็นจุดขายใหม่ของภูเก็ต” คุณสรายุทธกล่าว

สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตยังมีแผนเดินหน้าประชาสัมพันธ์โครงการผ่านกิจกรรมโรดโชว์ในปีหน้า โดยเตรียมนำเสนอข้อมูลแก่ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว บริษัทนำเที่ยว และตัวแทนการท่องเที่ยวในเกือบ 30 ประเทศ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของแลนด์มาร์กแห่งใหม่ให้ตลาดท่องเที่ยวทั่วโลกได้รับรู้

“เราอยากให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาสัมผัสด้วยตัวเอง เพราะเมื่อได้เห็น ได้สัมผัส และได้ดำน้ำชมด้วยตัวเอง พวกเขาจะเป็นผู้บอกเล่าเรื่องราวและส่งต่อประสบการณ์ของภูเก็ตไปทั่วโลก” เขากล่าว

บทสรุปจากเวทีเสวนา ทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่า “พิพิธภัณฑ์ศิลป์ใต้สมุทรภูเก็ต” เป็นโครงการที่สามารถสร้างประโยชน์ได้อย่างรอบด้าน ทั้งในมิติของเศรษฐกิจชุมชน เศรษฐกิจสร้างสรรค์ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการยกระดับชื่อเสียงของประเทศไทยบนเวทีโลก

มากไปกว่านั้น โครงการนี้ยังถูกมองว่าเป็นการสร้าง “สมบัติ” และ “มรดก” ที่คนรุ่นปัจจุบันจะส่งต่อให้กับคนรุ่นต่อไป เพราะเมื่อประติมากรรมค่อย ๆ กลายเป็นส่วนหนึ่งของท้องทะเล เมื่อสิ่งมีชีวิตเข้ามาอาศัย และเมื่อปะการังกับระบบนิเวศเริ่มเติบโตขึ้น งานศิลปะเหล่านี้ก็จะไม่ได้หยุดอยู่เพียงวันที่ติดตั้งเสร็จสิ้น แต่จะเปลี่ยนแปลงและเติบโตไปพร้อมกับธรรมชาติ

นี่จึงอาจเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กสำคัญของ “ไข่มุกแห่งอันดามัน” ที่ไม่ได้สร้างขึ้นเพียงเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว แต่เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของภูเก็ต ผ่านศิลปะ วัฒนธรรม และความงดงามของท้องทะเล

และท้ายที่สุด ความยั่งยืนของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ จะไม่ได้ขึ้นอยู่เพียงกับความยิ่งใหญ่ของผลงานศิลปะ หากแต่อยู่ที่ความรัก ความร่วมมือ และความตั้งใจของทุกภาคส่วนในการช่วยกันดูแล รักษา และต่อยอดคุณค่า เพื่อให้พิพิธภัณฑ์ศิลป์ใต้สมุทรภูเก็ตเติบโตเป็นมรดกที่งดงามของประเทศไทยอย่างแท้จริง